กรุงไทยการไฟฟ้า
 
 
HOME > FOOD STYLIST BLOGS
Blogger Image
WEE Nutritionist
Latest Entry - on 4/20/2012 11:28:06 AM
WEE Nutritionist's Blog
Previous  1 2 3 4 5...9 Next
Posted - on 9/1/2015 9:50:08 AM
01
02
03

          “น้ำแข็งเห็ด” เคล็ดลับลดอ้วนสไตล์ญี่ปุ่น โภชนากร SHARP WEE CLUB มาเอาใจคุณผู้หญิงกันอีกแล้ว แต่ครั้งแรกที่ได้ยินคำว่า “น้ำแข็งเห็ด” ถึงกับอึ้งไป 2 จังหวะใครจะไปกิน “น้ำแข็งเห็ด” ฟังดูไม่เข้ากันเลยสักนิดแต่เมื่อโภชนากร SHARP WEE CLUB ได้ไปศึกษาและทำตามพบว่ามันยอดเยี่ยมมากๆ เลยค่ะ ทุกวันนี้ถึงกับต้องมี “น้ำแข็งเห็ด” ติดไว้ในช่องฟรีชเสมอเพราะทั้งอร่อย และมีสุขภาพที่ดีตามสไตล์ญี่ปุ่น

          “น้ำแข็งเห็ด” นี้ทำได้ง่ายๆ มีเพียงแค่ส่วนผสม 2 อย่างเท่านั้น คือเห็ดเข็มทอง และน้ำเปล่า โดยวิธีทำคือนำเห็ด 300 กรัม น้ำเปล่า 400 กรัม ปั่นรวมกัน แล้วนำไปตั้งไฟเคี่ยวหนึ่งชั่วโมง รอเย็นเทใส่ถาดน้ำแข็ง แช่ในช่องฟรีชเก็บไว้ประกอบอาหาร ซึ่งสามารถนำไปทำได้หลากหลายเมนู เช่น ใส่ในซุปมิโซะหรือซุปต่างๆ นำไปผัดกับข้าวก็อร่อย เรียกได้ว่าใส่ในเมนูอะไรไม่ไปรบกวนรสดั้งเดิมของอาหารอย่างแน่นอนแถมยังช่วยชูรสให้อร่อยเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

         มาถึงประโยชน์ของเจ้า “น้ำแข็งเห็ด” กันบ้าง เนื่องจากในเห็ดเข็มทองนั้นมีสารที่เรียกว่า “ไคโตซานเห็ด” อยู่มากเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งมีสรรพคุณในการเพิ่มระดับภูมิต้านทาน ช่วยดูแลฟอกเลือดให้สะอาด ป้องกันความดันโลหิตสูง ลดน้ำตาลในเลือด และที่สำคัญ “น้ำแข็งเห็ด” มีเส้นใยสูงช่วยในการขับถ่ายและลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี มีการเก็บข้อมูลและทำจิวัยในหลายเคสที่พบว่าการรับประทาน “น้ำแข็งเห็ดเข็มทอง” ช่วยในการลดน้ำหนัก และลดรอบพุงได้ผลอย่างน่าประทับใจ หลายเคสช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้น แก้ปัญหาปลายนิ้วมือ-นิ้วเท้าเย็น ลดกลิ่นตัวในกรณีผู้ที่มีอาการท้องผูก และอีกมากมายคุณประโยชน์จาก “น้ำแข็งเห็ด” ถ้าเพื่อนๆ “SHARP WEE CLUB” สนใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติมลองหาอ่านในหนังสือ “เห็ดเข็มทอง” ของ สนพ.นานมี โดย ดร.เอะงุชิ ฟุมิโอะ ได้เลยนะคะ

 

Posted - on 7/30/2015 10:44:57 AM
01
02
03

         เพื่อนๆ พอจะทราบคุณประโยชน์ของเมล็ดอัลมอนด์ในด้านอาหารทานเล่นกันมาบ้างแล้ว แต่หากทานเยอะไปอาจจะทำให้อ้วนได้ เพราะเมล็ดอัลมอนด์ 24 เมล็ดให้พลังมากถึง 163 แคลอรี่ และไขมันถึง 14 กรัมเลยทีเดียว แต่หากทานในปริมาณที่พอเหมาะก็จะช่วยลดความอ้วนได้เช่นกัน

         อัลมอนด์ จัดเป็นถั่วประเภท Tree Nut ที่ให้ประโยชน์มากกว่าถั่วประเภทคลุมดินอย่าง ถั่งลิสง ถั่วเขียว  และอุดมไปด้วยแมกนีเซียม โปแทสเซียม วิตามินอี ไฟเบอร์ แคลเซียมและไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย  ทั้งยังช่วยเพิ่มระดับ HDL หรือระดับไขมันดีที่ช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลออกจากร่างกายอีกด้วย

         นอกจากนี้จากการศึกษา International Journal of Obesity พบว่าคนที่ควบคุมอาหาร และทานอัลมอน 70 เมล็ดต่อวันสามารถลดรอบเอวได้ถึง 7 นิ้ว  ซึ่งลดได้มากกว่าผู้ที่ไม่ทานถึง 2 นิ้ว ทั้งนี้ก็เพราะว่าการทานอัลมอนด์ ช่วยลดการทานขนมจุบจิบ ช่วยระงับความหิว และเร่งการเผาพลาญไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นถ้าคิดจะไดเอทอย่าลืมพกอัลมอนด์ติดตัวไว้นะคะ

 

Posted - on 7/13/2015 2:21:42 PM
02
01
03

         อากาศแปรปรวน รวนเร ขนาดนี้ โภชนากร SHARP WEE CLUB ชวนมาดื่มนมที่มีกลิ่นของเครื่องเทศหอมๆ  รสหวานนิดๆ ดื่มแล้วผ่อนคลาย  เครื่องดื่มที่ว่านั้นก็ คือนมอบเชย (Cinnamon Milk) มีกลิ่นหอมอ่อนๆ  ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปที่ปลายอวัยวะ เช่น มือและเท้า ทำให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่นและช่วยผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหน เป็นเครื่องดื่ม Homemade ที่ทำทานกันได้ทุกบ้านแค่เตรียมวัตถุดิบดังนี้

นมสดหรือนมถั่วเหลือง (รสจืดหรือหวานน้อย)                      250                      cc.
น้ำตาลทรายสีรำ                                                             2                       ช้อนโต๊ะ
ก้านอบเชย                                                                    1                       แท่ง (ความยาว 10 ซม.)
 

วิธีทำนั้นง่ายสุดๆ 

1. อุ่นนมให้ร้อนประมาณ 60-70 ◦c (หยดบนหลังมือ ร้อนพอทนได้)
2. เติมน้ำตาลทราย และก้านอบเชย คนให้น้ำตาลละลายเข้ากัน
3. ใส่แก้วหรือภาชนะ ปิดฝาไว้ประมาณ 20 นาที ก่อนดื่มอย่าลืมนำก้านอบเชยออกด้วยนะคะ

         เพื่อนๆ SHARP WEE CLUB จะเลือกดื่มทันทีหรือนำไปแช่เย็นก่อนก็ได้ แต่โภชนากร SHARP WEE CLUB แนะนำว่าดื่มแบบอุ่นๆ  จะฟินมากกว่าแถมยังดู Healthy สุดๆ อีกด้วย แล้วอย่าลืมมากระซิบบอกกันด้วยนะคะ ว่าเมนูนี้อร่อยโดนใจแค่ไหน

 

Posted - on 5/29/2015 3:40:00 PM
01
02
03

         อากาศร้อนแบบนี้ อะไรจะดีไปกว่าการนั่งตากแอร์ชิวๆ กับไอศกรีมหวานๆ เย็นๆ ซักถ้วย เพื่อนๆ ว่าจริงไหมคะ แต่ถ้าไอศกรีมถ้วยนั้นมีแคลลอรี่สูงจนน่าตกใจก็ดูจะไม่ดีเท่าไหร่ ดังนั้นโภชนากร SHARP WEE CLUB จึงขอเสนอไอศกรีมหวานๆ เย็นๆ  แคลลอรี่ต่ำรสชาติดี๊ดีมาฝากเพื่อนๆ กัน นั่นก็คือ Mango Soft Serve ที่มีเพียงเครื่องปั่นอเนกประสงค์และวัตถุดิบ 2 อย่างเท่านั้น งั้นมาเริ่มกันเลย   

  1. นำมะม่วงสุกแช่แข็ง 3 ถ้วยตวง และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 กระป๋อง ใส่ลงในโถปั่นของเครื่องปั่นอเนกประสงค์
  2. ปั่นด้วยความเร็วสูง จนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. จัดเสิร์ฟได้เลย

         Soft Serve หรือไอศกรีมซอร์ฟ จัดเป็นไอศกรีมที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการแช่แข็งหรือการอัดอากาศ มีไขมันต่ำเพียง 3-4 % เนื้อนุ่มคล้ายเครื่องดื่มประเภท Smoothie เพื่อนๆ อย่าลืมลองทำทานนะคะ โภชนากร SHARP WEE CLUB รับรองว่าทำได้ง่าย อร่อยและไม่อ้วนแน่นอนค่ะ

Posted - on 4/24/2015 10:52:37 AM
01
02
03

         ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ประโยคสุดคลาสิคที่บอกเป็นนัยๆ ว่าให้เราดูแลสุขภาพดวงตาและ ผิวรอบดวงตาหรือเปล่านะ... ”ดวงตา” นอกจากจะสำคัญต่อการดำรงชีวิตแล้วยังบ่งบอกอายุได้อีกด้วยมีสาวๆ อีกไม่น้อยที่ประสบปัญหาผิวรอบดวงตาหมองคล้ำ มีถุงใต้ตา ริ้วรอยเหี่ยวย่น ดังนั้น สาวโภชนากร SHARP WEE CLUB นอกจากจะทำอาหารอร่อยแล้วยังไม่พลาดที่จะนำเคล็ดลับง่ายๆ มาฝากให้สาวๆ ได้ดูแลผิวรอบดวงตากัน

  • เริ่มด้วย...แตงกวา ฝานบางแช่เย็นวางบนเปลือกตาประมาณ 25 นาที น้ำจากแตงกวาจะช่วยเพิ่มความสดชื่นและผ่อนคลายอาการล้าของดวงตาได้เป็นอย่างดี  
  • ไข่ขาว นำไข่ขาวทาบางๆ รอบดวงตา ทิ้งไว้จนแห้งและล้างออกด้วยน้ำเย็นอย่างเบามือ ไข่ขาวจะช่วยดูดซับสิ่งสกปรกที่อยู่ในรูขุมขนผิวรอบดวงตา
  • มันฝรั่ง ฝานมันฝรั่งดิบเป็นชิ้นบางๆ นำมาวางประคบบริเวณถุงใต้ตานาน 20 นาทีจะช่วยลดอาการบวมคล้ำและบรรเทาอาการอักเสบอีกด้วย
  • นมสด นำสำลีจุ่มในนมสดแช่เย็น บีบหมาดๆ ประคบบนเปลือกตา นมสดช่วยให้ผิวรอบดวงตาได้รับความชุ่มชื่น  แถมนมสดเย็นยังช่วยลดอาการบวมได้อีกด้วย
  • น้ำผึ้ง บำรุงผิวใต้ตาด้วยน้ำผึ้ง  ด้วยการนวดเบาๆ ประมาณ 10-15 นาที น้ำผึ้งช่วยให้ผิวนุ่ม ไม่แห้งกร้าน
  • ถุงชา (ใช้แล้ว) นำถุงชาแช่น้ำเย็นหรือตู้เย็น  โปะเอาไว้บริเวณถุงใต้ตาประมาณ 15 นาที  สารแทนนินในชาจะทำให้ผิวหดตัว ลดอาการบวมและช่วยผ่อนคลาย
  • ช้อนสเตนเลส วิธีนี้เหมาะที่จะทำในเวลาเช้าหลังตื่นนอน นำช้อนสเตนเลสที่แช่ในน้ำเย็นหรือแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 5 นาที ประคบผิวบริเวณรอบดวงตาและถุงใต้ตาเพียง 2-5 นาที ผิวรอบดวงตาก็ดูจะสดชื่น  ไม่บวมคล้ำ แต่วิธีนี้ควรระมัดระวังเรื่องอุณหภูมิของช้อนสเตนเลสด้วยนะคะ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำร้ายผิวทางอ้อมได้เลยทีเดียว

         เคล็ดลับเหล่านี้ทุกคนสามารถนำไปทำตามกันได้ไม่ยาก เพื่อดวงตาที่ดูสดใส เป็นประกาย เพียงเท่านี้ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เพื่อนๆ ได้อีกเป็นกอง

Posted - on 4/2/2015 9:47:15 AM
01
02
03

         เมื่อไหร่ที่อุณหภูมิลดต่ำลง เพื่อนๆ SHARP WEE CLUB สังเกตไหมคะ ว่าเรามักมีอาการขี้เกียจกันมากขึ้น ความขยันที่จะออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็ดูจะเป็นไปได้ยากเต็มที พอไปเทียบประเทศเกาหลีใต้ที่โดยเฉลี่ยแล้วมีอากาศหนาวเย็นมากกว่าบ้านเรา แทบจะไม่อยากจะขยับตัวทำอะไรเลยนอกจากการขดตัวอยู่ในผ้าห่ม ดังนั้นสาวๆ ที่เกาหลีใต้จึงมีเทคนิคในการลดน้ำหนักในช่วงที่อากาศหนาวมากๆ นั้นก็คือการทำให้ปากขี้เกียจและลดความอยากอาหาร ซึ่งมีวิธีง่ายๆ ดังนี้

  1. รับประทานอาหารที่มีกากใยมากๆ เช่น เมล็ดธัญพืช ผักใบเขียว ผลไม้สด เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้เคี้ยวนานขึ้น และอยู่ในระบบทางเดินอาหารนานขึ้น เราก็จะรู้สึกอิ่มได้นานขึ้นด้วย
  2. รับประทานโปรตีนในมื้อเช้า เช่น ไข่ขาว เนื้อสัตว์ นม เต้าหู้ ช่วยให้เราไม่หิวระหว่างมื้อ
  3. เลือกรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เช่น ข้าวซ้อมมือหรืออาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการแปรรูป เพราะร่างกายจะสามารถย่อยเป็นน้ำตาลได้ช้า เมื่อน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นช้า ร่างกายจึงจะปล่อยอินซูลินออกมาในกระแสเลือดเพื่อดึงน้ำตาลไปเป็นพลังงาน จึงอิ่มได้นานและไม่หิว
  4. ดื่มน้ำสะอาด เพื่อให้การทำงานของระบบเผาผลาญอาหาร(Metabolism) ทำงานได้ช้าลง และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
  5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนไม่พอจะทำให้ฮอร์โมนควบคุมความหิวชื่อ ฮอร์โมนเกรลิน(Ghrelin Hormone) หลั่งไม่เป็นเวลา ทำให้เรารู้สึกหิวก่อนมื้ออาหาร
  6. แปรงฟัน/บ้วนปากหลังมื้ออาหารทุกครั้ง เพื่อให้สมองได้จดจำว่ามื้ออาหารนั้นสิ้นสุดลงแล้ว
  7. ออกกำลังกายทุกวันอย่างน้อย 30 นาที ทำให้ร่างกายได้หลั่งสารเอ็นโดฟินออกมาลดความรู้สึกหิวกระหาย
  8. เลือกทานขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ เช่น มะเขือเทศอบแห้ง กระเจี๊ยบเขียวอบกรอบแทนขนมเค้กต่างๆ
  9. เคี้ยวหมากฝรั่ง/ลูกอมที่ปราศจากน้ำตาลหลังมื้ออาหารถ้าไม่สามารถแปรงฟันได้

         เทคนิคลดน้ำหนักแบบสาวเกาหลี สาวไทยอย่างเราๆ ทำตามได้ไม่ยากเลย เพื่อนๆ ว่าจริงไหมคะ

 

                                                                              

ที่มา:แม่บ้าน

Posted - on 3/18/2015 12:26:06 PM
01
02
03

ใครไม่ทานคลีน(Clean) ใครไม่ลีน(Lean) จัดว่าเชยนะ...รู้ยัง !!!

         ต้องยอมรับจริงๆ นะคะว่า Clean Food เป็นกระแสที่มาแรงมากๆ ในสังคมและกลุ่มคนรักสุขภาพ พอจะมีสาวๆ คนไหนทราบบ้างไหมว่า Clean Food กับ อาหารลดน้ำหนักแตกต่างกันอย่างไร???

         ด้วยลักษณะ และประเภทของอาหารทั้ง 2 แบบนั้นแทบจะไม่แตกต่างกัน และ Clean Food ก็ไม่จัดเป็นอาหารเพื่อการลดน้ำหนักด้วยเช่นกัน แต่ Clean Food มีดีมากกว่าเพราะให้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย  เพราะใน 1 วัน ผู้ที่ทาน Clean Food จะต้องแบ่งมื้ออาหารออกเป็น 4-6 มื้อ เลือกทานเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื้อแดง เนื้อปลา ทานไฟเบอร์สูงอย่างข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีท รับประทานไขมันชนิดดี  เช่น น้ำมันมะกอก ทานผัก/ผลไม้สด และดื่มน้ำสะอาดในอุณหภูมิปกติอีก 2-3 ลิตร การทาน Clean Food นี้จะต้องทานอย่างเคร่งครัด ออกกำลังกายควบคู่ และพักผ่อนให้เพียงพอด้วยค่ะ

         คราวนี้มาดูตัวเลือกสำหรับการลดน้ำหนักกันบ้าง เรื่องรสชาติอย่าง รสหวานก็ควรเลือกสารให้ความหวานจากธรรมชาติ เช่น น้ำผึ้ง หรือหญ้าหวาน ที่ให้ความหวานได้มากกว่าน้ำตาลทราย 250-300 เท่าแถมพลังงานยังน้อยกว่ามาก ส่วนรสเค็มให้เลือกน้ำปลาโลว์โซเดียม(Low Sodium) หรือตัดออกจากการปรุงรสไปได้เลยก็จะดีมากกว่า ส่วนรสชาติอื่นๆ อย่างเปรี้ยว, ฝาด และเผ็ดนั้น มาจากธรรมชาติอยู่แล้ว มาถึงวิธีการปรุงสุกกันบ้างนะคะ มีได้หลากหลายวิธี ต้ม ลวก อบ ปิ้ง ย่าง หรือจะเป็นผัดหรือทอดได้บ้างเพื่อหลีกเลี่ยงความจำเจ  

        

          Tip : อาหารทอดสไตล์ Clean Food ซับชิ้นเนื้อให้แห้งด้วยผ้าหรือทิชชู่ ใช้น้ำมันมะกอกทาบางๆ ให้ทั่วกระทะ ใช้ความร้อนสูงสุดและวางชิ้นเนื้อบนกระทะก่อนจะเบาไฟลงเล็กน้อย เมื่อชิ้นเนื้อเริ่มแห้งจึงค่อยกลับด้าน ถ้าเพื่อนๆ ทำตาม Tip นี้รับรองได้เลยว่าอาหารทอดสไตล์ Clean Food นี้แทบจะไม่อมน้ำมันและชิ้นเนื้อยังดูสวยงามน่าทานอีกด้วย การลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ดีและได้ผลที่สุด ต้องเริ่มจากตัวเราเองว่าเราจะมีจิตใจที่เข้มแข็งแแค่ไหน ที่จะสามารถ ลด เลิก อาหารที่ถูกปากแต่ไม่ดีต่อสุขภาพได้ โภชนากร SHARP WEE CLUB ขอเป็นกำลังใจให้สาวๆ ผู้รักสุขภาพทุกคนนะคะ

 

 

ที่มา:แม่บ้าน

Posted - on 3/5/2015 11:15:11 AM
01
02
03

          สาวโภชนากร SHARP WEE CLUB มีความรู้ดีๆ เกี่ยวกับ “งา” เมล็ดเล็กๆ มาบอกเพื่อนๆ กัน “งา” มักเป็นส่วนผสมของอาหาร และขนมหลากหลายประเภท เมื่อบดเคี้ยวจะรู้สึกได้ถึงความมันและกลิ่นหอมที่แตกไปทั่วทั้งปาก ส่วนเรื่องประโยชน์และคุณค่าทางอาหารนั้นไม่ได้เล็กจิ๋วเหมือนเมล็ดงาเลยซักนิดเดียว เช่น ชาวจีนโบราณมักกล่าวว่า “การได้กินงา  มีคุณค่าดั่งได้หยก” ส่วนประเทศอินเดียยกย่องให้งาเป็น สัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะ เพราะในเมล็ดเล็กๆ ของงาอุดมด้วยสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ และมีน้ำมันสกัดสูงถึง 57% ที่มีประโยชน์และป้องกันได้สารพัดโรค โรคหัวใจ, ลดความดันโลหิต, ช่วยขยายหลอดเลือดและป้องกันการเกาะตัวของลิ่มเลือด

        เมล็ด “งา” เล็กๆ นี้ยังมีแคลเซียมที่มากกว่านมวัวถึง 6 เท่า ช่วยเสริมสร้างและบำรุงกระดูก ทั้งยังป้องกันโรคกระดูกพรุนสำหรับคุณแม่วัยหมดประจำเดือนได้ดี นอกจากนี้ยังมีสารอีกหนึ่งตัวซึ่งหาได้จากเมล็ด ”งา” เพียงที่เดียวนั้นก็คือ  เซซามิน (sesamin) ที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้กับอวัยวะหลัก  อย่าง ปอด ตับ ไต สมองและหัวใจ เมล็ดงายังช่วยชะลอความแก่ ซ่อมแซมเซลล์ผิวและช่วยให้ผมดกดำมากขึ้น

         ส่วนวิธีรับประทานที่จะได้รับสารอาหาร แร่ธาตุและวิตามินเต็มๆ คือ การรับประทานแบบเมล็ด “งา” คั่วบดละเอียด  นอกจากจะง่ายต่อการเคี้ยวแล้ว เมล็ดงาคั่วบดยังเพิ่มความหอมให้อาหารอีกด้วย สรรพคุณมากมายขนาดนี้ เพื่อนๆ SHARP WEE CLUB ต้องหามาทานแล้วล่ะค่ะ

 

ที่มา:แม่บ้าน

Previous  1 2 3 4 5...9 Next
 
 
Passion for fruit
Theme Decoration