กรุงไทยการไฟฟ้า
 
 
HOME > FOOD STYLIST BLOGS
Blogger Image
Chef Book
Latest Entry - on 4/20/2012 11:28:45 AM
Chef Book's Blog
Previous  1 2 Next
Posted - on 7/22/2016 12:09:54 PM
01
02
03
04

          จังหวัดพิษณุโลก หรือเมืองสองแควเพื่อนๆ SHARP WEE CLUB ก็น่าจะรู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดีจริงไหมครับ เหตุที่เรียกจังหวัดพิษณุโลกว่าเมืองสองแควก็เพราะว่า ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสายคือ แม่น้ำน่านกับแม่น้ำแควน้อยครับ และยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน แต่ผมไม่ค่อยเก่งเรื่องประวัติศาสตร์เท่าไรนะที่ผมถนัดคือเรื่องกินมากกว่าครับ แต่ก่อนจะเริ่มไปกิน ขอไปไหว้สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่มหาวิยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยของคุณแม่น้องพาสต้าครับ (ไม่ใช่คุณแม่น้องพาสต้าเป็นเจ้าของนะครับ เป็นสถาบันที่เรียนจบมา บอกไว้ก่อนเดียวจะมีคนมาแซวผม 555) ซึ่งน้องๆ นักศึกษาที่นี่เค้าชอบมาบนกันช่วงสอบ แต่เค้ามักไม่บนด้วยสิ่งของ เค้านิยมบนด้วยการกวาดถูลานซึ่งถ้าใครเคยไปจะรู้ว่าลานสมเด็จ (ชื่อที่คนที่นี่เรียกกัน) มันใหญ่มากเลย รวมถึงคุณแม่น้องพาสต้าก็เคยบนไว้ ว่าจะกวาดถูซัก 100 รอบ พอผมได้เห็นขนาดของลานครั้งแรก บอกเลยลมจะจับ 100 รอบถูยันแก่แน่ 555 “คำเตือนโปรดใช้วิจารณญาณในการคิดที่จะบนบานศาลกล่าวนะครับ” เริ่มหิวแล้วละครับ มาพิษณุโลกทั้งทีก็ต้องไปกิน ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาแถววัดใหญ่ แต่คราวนี้ผมแนะนำไม่ถูกว่าร้านไหนอร่อย มีหลายร้านมากจริงๆ ครับ ถ้าใครรู้ว่าร้านไหนเด็ดช่วยมาแนะนำหน่อยนะครับ ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาแต่ไม่ได้นั่งห้อยขาริมน้ำกันเหมือนแต่ก่อนแล้วมานั่งห้อยขากันบนบกแทน เข้าใจคิดกันนะครับ แต่ผมชอบตรงที่มีก๋วยเตี๋ยวให้เลือกกินทุกแบบ ตั้งแต่ ก่วยเตี๋ยวน้ำตก เย็นตาโฟ หมูต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวไก่ และอีกหลายอย่างเลยครับ เรียกว่าเป็นศูนย์รวมก๋วยเตี๋ยวแห่งชาติก็ว่าได้ 555 และก่อนกลับขอแนะนำเมี่ยงคำร้านเล็กๆ ที่อยู่ข้างประตูวัด จะเป็นซอกเล็กๆ มีคุณยายนั่งห่อขายเป็นคำ คำ เค้าบอกว่าเป็นร้านเก่าแก่คนที่นี่เรียกว่าร้านเมี่ยงคำคุณยาย หลังจากกินกันอิมแล้วเราก็ไปเที่ยวกันต่อที่แก่งซองครับ เป็นแก่งหินที่ให้สามารถลงไปนั่งเล่น ชมวิว กินอาหารกลางธรรมชาติได้เราก็เลยจัดอาหารมาเบาๆ “อีกแล้วเมื่อกี้ก็เพิงกินมา” ตำถาดจานโต เมี่ยงปลาตัวใหญ่ ต้มยำไข่อ่อนหม้อไฟ บอกเลยท้องจิแตกครับ นี่แค่เบาๆ นะครับ แต่คุ้มมากครับ บรรยากาศดีอาหารราคาไม่แพงพวกเราก็นั่งเล่นกันอยู่พักใหญ่ ให้น้องพาสต้าได้เล่นกับพี่ไข่ดาวให้เต็มที่ก่อนจะหลับไปเราก็ตัดสินใจกลับบ้านครับ แต่ระหว่างทางกลับแม่น้องพาสต้าคิดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวร้านโปรดที่เคยกินตอนเรียนอยู่ที่นี่ เมื่อเป็นความต้องการของภรรยาบังเกิดเกล้าแล้ว ต่อให้อิ่มแค่ไหน ผมก็มิอาจจะกล้าขัดใจ เลยต้องไปจัดก๋วยเตี๋ยวไก่ป้าล้อมเอาใจคุณแม่ซะหน่อย ด้วยความที่อิ่มเต็มที่แล้วเลยเลือกสั่งเกาเหลา ป้าที่ร้านถามว่าเอาไก่ 2 ชิ้นไหม ตอบไปโดยไม่คิดอะไรไก่มันก็น่าจะชิ้นนิดเดียว เอาสองชิ้นก็ได้ครับ พอเกาเหลามาถึง โอ้มายก็อต มันมาเป็นสะโพกติดน่องชิ้นใหญ่ๆ สองชิ้น บอกเลยครับเนื้อไก่นุ่มอร่อยมาก และ “ถูก ถูก ถูก” ต้องย้ำถึงสามครั้งเพราะมันถูกจริงๆ ครับ เกาเหลาสะโพกไก่ 2 ชิ้นใหญ่ๆ ราคาแค่ 60 บาทครับ ไม่เชื่อลองไปกินกันดูนะครับ และในที่สุดผมก็จบทริป สองแควด้วยอีโน คลายกรดลดแน่นเฟ้อครับ 555 สำหรับตอนหน้าผมแอบเกริ่นไว้ให้นิดนึงครับ ใกล้ถึงวันเกิดของน้องพาสต้าแล้วถ้าเพื่อนๆ อยากอ่านเรื่องราวหนุกๆ และชมภาพน่ารักๆ ของพ่อ แม่ ลูก เตรียมกดติดตาม SHARP WEE CLUB รออ่านได้เลยครับ

Posted - on 7/12/2016 8:44:31 AM
01
02
03
04

          วันที่ 21มิถุนายน 2558 ถือว่าเป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตผมไปทั้งหมดเลยก็ว่าได้ครับ เพื่อนๆ SHARP WEE CLUB ทราบไหมครับว่าคือวันอะไร...มันคือวันที่มีสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตของผมเกิดขึ้น ช่วงเวลาประมาณตี 4 ของวันที่ 21 มิ.ย. 2558 ได้ยินเสียงเรียกของแฟนผมมีน้ำอะไรก็ไม่รู้ไหลออกมาเต็มเลย พอผมได้ยินปุ๊บก็ลุกปรวดขึ้นจากเตียงในใจรู้เลยว่า มาแน่ มันมาแน่ ด้วยความตื่นเต้น วิ่งวนไปวนมาในห้องตัวเองหยิบจับอะไรไม่ถูกซักอย่าง จนแม่แฟนได้ยินเลยรีบมาช่วย ลืมหมดทุกอย่างที่คุณหมอเคยสอนไว้ คว้าอะไรได้หยิบขึ้นรถหมด ออกไปโรงพยาบาลอย่างเร็วที่สุดในชีวิต จำได้ว่าเอาผ้าห่มมาด้วย(ซึ่งก็ไม่รู้เอามาทำไม 555) พอถึงโรงพยาบาล ก็เริ่มได้สติมานิดนึงครับ นั่งลุ้นที่หน้าห้องคลอดตั้งแต่ตี 4 ถึง 6 โมงเช้า คุณพยาบาลมาเชิญผมเข้าไปในห้องคลอด คุณหมอบอกว่าแฟนผมน่าจะคลอดเองได้โดยไม่ต้องผ่าคลอด นาทีนั้นหมอพูดอะไรเข้าหูซ้ายออกหูขวาหมดเลยครับ ตอบแต่ครับคำเดี๋ยวครับ ครับ ครับ คุณหมอให้ผมกับคุณแม่อยู่ในห้องตอนคลอดด้วยเวลาเบ่งคลอดทุกคนในห้องจะต้องช่วยกันเบ่ง (คือทำเสียง อืด................ให้ยาวที่สุดเพื่อช่วยคุณแม่เบ่ง) คุณแม่กำมือผมไว้แน่นเริ่มอืด................................แรกเสียงดังระงมไปทั้งห้องคลอด ยังไม่ออกพักกันแป๊บนึง สูดหายใจลึกๆ มาอืด...................................................ที่สองบอกเลยอืดยาวมาก พอสิ้นเสียงอืดเสียงที่ได้ยินคือ แว๊ แว๊ แค่พอได้เสียงนี้เท่านั้นแหละครับ น้ำตาก็ไหลแบบไม่รู้ตัวเลยครับ มันเป็นความรู้สึกที่ผมจำได้แบบไม่มีวันลืมเลยครับ พาสต้ามาแล้วครับ ด้วยน้ำหนัก 3.57 กิโลกรัม ในเวลา 6.57 น. ของวันที่ 21 มิ.ย. 2558 ครับ ความสนุกแบบสุดๆ ในชีวิตผมเริ่มแล้วครับ เริ่มจากการอุ้มลูกก่อนเลยอาจจะดูง่ายๆ ใช่ไหมแต่เชื่อผมเถอะ ครั้งแรกของทุกคนมันจะยากเสมอ จะอุ้มท่าไหนช้อนตรงไหนดีประคองตรงไหนไว้ มันทำให้ผมตื่นเต้นได้ตลอดเวลาครับ เรื่องระทึกใจเรื่องต่อมาก็คือการอาบน้ำ น้ำอุ่นแค่ไหนถึงจะพอดี เสร็จแล้วห่อตัวลูกยังไงอันนี้ยอมแพ้ครับจนพาสต้าโตแล้วยังห่อไม่ได้เลยครับ 555 ตั้งแต่มาเป็นพ่อแม่มือใหม่ต้องฝึกการทำงานเป็นกะ เพราะต้องค่อยสลับกันให้นมเค้าทั้งคืน (เรียกว่ามหกรรมอดนอนได้เริ่มแล้วครับ) ความสนุกยังไม่จบครับ ที่น่ากลัวที่สุดคือขนมปังสีขาวหนานุ่มกับเนยถั่วสีเข้มข้นของพาสต้า (เดาออกใช่ไหมครับว่าอะไร) ตัวนิดเดียวกินแต่นม แต่ทำไมกลิ่นมันชั่งทะลุทะลวงอะไรขนาดนี้ครับ แต่มันก็ทำให้ผมมีความสุขมากครับ จากวันนั้นถึงตอนนี้ก็ครบ 1 ปีพอดี น้องพาสต้าอายุ1 ขวบแล้วครับ 1 ปีที่ผ่านมามีเรื่องสนุกๆ มายเกิดขึ้นกับผมมากมาย การเห็นพัฒนาการเค้าการเติบโตของเค้ามันทำให้เรา 2 คนตื่นเต้นอยู่เสมอ

 

         ในวันเกิดของพาสต้าปีนี้เราไม่ได้ฉลองอะไรกันมากมายครับ แค่ไปทำบุญแล้วก็พาพาสต้าไปฉีกวัคซีน ตามกำหนดครับ เพราะว่าทุกๆ ที่ ที่ผมมีพาสต้าผมก็เหมือนได้ฉลองอยู่ทุกวันอยู่แล้ว...อยากรู้ว่า1ปีที่ผ่านมาสนุกแค่ไหนดูจากรูปของพวกเรานะครับ และฝากทิ้งท้ายนิดนึง พาสต้ากำลังมีรายการเป็นของตัวเองแล้วนะครับติดตามกันได้ที่ YouTube Channel : SHARP WEE CLUB นะครับ แล้วผมจะมาเล่าให้ฟังว่าจับเด็กใส่รายการอาหารมันยากยิ่งกว่าจับปูใส่กระด้งนะครับ

Posted - on 6/23/2016 4:04:23 PM
01
02
03
04
         สวัสดีครับเพื่อนๆ SHARP WEE CLUB วันนี้ผมขอพาทุกท่านเที่ยวระยอง...ฮิ ฮิ อีกวันนะครับ ทำไมต้อง ฮิ ฮิ ก็เป็นการเที่ยวระยองตอนที่ 2 ไงครับ นี่ถ้ามีตอนที่ 3 ก็จะเป็น ฮิ ฮิ ฮิ เป็นเรกเก้กันไปเลย(แหะ แหะ แถไปเรือย) เช้านี้ผมตื่นมาแต่เช้าเพราะเสียงน้องหมาตัวแสบไข่ดาวนางเกิดปวดฉี่เลยมาปลุกแต่เช้าครับ ก็เลยถือโอกาสพาทั้งหมาทั้งลูกชายไปเล่นทะเลกันซะเลยสนุกใหญ่ทั้งคู่ เล่นกันอยู่พักใหญ่เริ่มร้อนเลยพากันไปอาบน้ำแต่งตัวออกตะลุยเมืองระยองกันต่อ ระยองนอกจากอาหารทะเลแล้วก็ต้องนึกถึงผลไม้ครับไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ แต่จะให้ไปกินผลไม้ตามตลาดทั่วไปก็คงธรรมดาเกินสำหรับครอบครัวหรรษาของผม เลยต้องตะลุยไปให้ถึงสวนจะไปเก็บกินสดๆ จากต้นกันเลยครับ ตั้งใจไปสวนลุงทองใบที่เคยไปถ่ายรายการ Foodwork เมื่อนานมาแล้ว ไปถึงสวนเปลี่ยนไปมากเลย ขยายใหญ่โต ลุงทองใบแก่น่าจะมีทองหลายใบแล้วแหละครับ แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น 555 เพราะเราจะมากินผลไม้สดๆ จากต้นกันครับ ที่นี่มีค่าเข้า 350 บาทต่อคน อาจจะดูราคาสูงแต่บอกเลยว่าคุ้มครับ เค้าจะพาเรานั่งรถชมสวนมีผลไม้หลายชนิดเลยครับ มีไอศกรีมทุเรียนให้กินแบบไม่อั้นแก้ร้อน (หรือจะร้อนกว่าเดิมอันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ 555) และปิดท้ายด้วย บุฟเฟ่ต์ผลไม้กินได้แบบไม่อั้นทั้ง เงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง สละ ซึ่งพวกผมยอมอดข้าวมาเพื่อกินให้คุ้มครับ (ไม่งกเลยจริงๆ) กินกันจุใจโดยเฉพาะคุณพ่อผมเล่นทุเรียนไป 2 พู ผมกลัวความดันท่านจะขึ้นแทบแย่ ถ้าเพื่อนๆ พาผู้สูงอายุมาผมมีคำเตือนนะครับ!!! ห้ามผู้สูงอายุกินทุเรียนตามลำพังนะครับ 555 ส่วนภรรยาผมชอบกินเงาะครับ และต้องเป็นเงาะโรงเรียนด้วยนะครับ เงาะโรงแรมนางไม่กินครับ(มุขนี้ท่าจะไม่ลอดขออภัยล่วงหน้าครับ 555 ) เพื่อนๆ SHARP WEE CLUB รู้กันไหมครับทำไมเค้าเรียกเงาะโรงเรียน เฉลย...เมื่อประมาณปี พ.ศ.2469 มีชาวมาเลเซียที่เข้ามาทำเหมืองแร่ดีบุกที่บ้านนาสาร จ.สุราษฏรธานี ได้นำเมล็ดเงาะมาปลูกในบ้านพักของตนเองใกล้ๆ กับเหมืองแต่ต่อมากิจการเหมืองถูกล้มเลิกไป ชาวมาเลย์คนนั้นจึงได้ขายที่ดินให้ทางราชการ พอเมื่อปี พ.ศ.2479 โรงเรียนนาสารได้ย้ายมาอยู่ในบริเวณที่มีต้นเงะปลูกอยู่ ซึ่งเงาะต้นนี้จะมีความพิเศษกว่าเงาะต้นอื่นคือ เมื่อสุกแล้วผลจะมีสีแดง แต่ปลายขนจะเป็นสีเขียวไม่ว่าจะสุกมากแค่ไหนปลายขนก็จะไม่เปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนเงาะต้นอื่นๆ (เลยได้รู้วิธีดูเงาะโรงเรียนเป็นของแถมเลย) เมื่อนำมากิน รสหวานหอม เนื้อหนา เปลือกบาง จึงเป็นที่นิยมกันมากจนคนเรียกต่อๆ กันว่าเงาะโรงเรียน กลับมาพูดถึงสวนกันต่อ นอกจะมีผลไม้ให้กินกันหลากหลาย ต้องยอมรับในเรื่องรสชาติครับ ลุงทองใบแกคัดแต่ของดีจริงมาให้กินกันครับ ข้ามมาถึงมื้อเย็นกันบ้าง จะกินแต่ซีฟู้ดก็เบื่อเลยขอกินอาหารอิตาเลียนแต่ไม่เลี่ยนกันหน่อยนะครับ มากินร้านที่ชื่อว่า bALI PIzzErIA เค้าเขียนแบบนี้จริงๆ นะครับ ร้านอยู่ที่หาดแม่พิมพ์ริมถนนเลยครับ เป็นพิซซ่าเตาถ่านอบใหม่ครับ เรากินพิซซ่า สปาเกตตี้ซีฟู้ด และซีซ่าสลัด ร้านนี้ทำอาหารรสชาติแบบอิตาเลียนแท้ๆ เลยครับ รสชาติไม่จัดจานกลมกล่อมกำลังดีครับ แต่ที่เด็ดสุดในร้านคือดนตรีสดที่เล่นเพลงยุค 60-70 ถูกใจคุณพ่อผมมากๆ นั่งยาวไม่ยอมกลับเลย ผมนั่งมองคุนพ่ออายุวัย 70 ฟังเพลงเก่าๆแล้วร้องตามอย่างมีความสุข ผมก็อดอมยิ้มไม่ได้ ความสุขที่ดีที่สุด คือการได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข...สุข สุข สุข
 
Posted - on 6/15/2016 4:13:59 PM
01
02
03
04
         หลังจากที่ผมพาเพื่อนๆ SHARP WEE CLUB ไปเที่ยวจังหวัดกำแพงเพชรอยู่ซะหลายตอน คราวนี้ผมจะพาไปเที่ยวทะเลกันบ้างนะครับ ทริปนี้เราไปเที่ยวที่ระยองกันครับ ไปกันหมดทั้งคุณปู่คุณหลานคุณหมา(ไข่ดาว) และคุณเมียบังเกิดเกล้า(คนสุดท้ายนี่ตำแหน่งยาวนิดนึงนะครับ...ด้วยความเคารพอย่างสูง) ด้วยความที่ไม่ค่อยได้มาระยองบ่อยนักก็เลยต้องหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจากในเว็บไซต์ต่างๆ ครับ เริ่มจากการหาที่พักก่อนเลย บ้านผมจะหาที่พักกันได้ยากหน่อย เพราะเรามีน้องหมาด้วย แต่ก็ไปได้ที่นึงอยู่ที่แหลมแม่พิมพ์ ลมทะเลชาเล่ต์รีสอร์ท เป็นที่พักติดทะเลบรรยากาศดีครับ โดยเฉพาะห้องอาหารนั่งกินได้ทั้งอาหาร และลมทะเลเย็นๆ ไม่ได้อิ่มแค่รสชาติแต่อิ่มกับบรรยากาศไปพร้อมกันเลย ที่สำคัญครับบริการดีมากๆๆๆ ที่บอกแบบนี้เพราะเค้าไม่ได้บริการหรือดูแลแค่คนเท่านั้นน้องหมาเค้าก็ดูแลครับ เราสามารถพาน้องเดินเล่นหรือไปได้ทุกส่วนของโรงแรมเลยครับ แต่อาจจะขอเว้นห้ามลงสระว่ายน้ำนะครับ เพราะในบางสถานที่ให้น้องหมาเข้าพักได้ก็จริงแต่จะถูกจำกัดบริเวณอาจจะมีค่าบริการเพิ่มสำหรับน้องหมานิดหน่อยนะครับ มาพูดถึงที่เที่ยวกันบ้างดีกว่าหลังจากเข้าที่พักเก็บของเรียบร้อยแล้ว ผมพาพาสต้าไปดูนางยักษ์ที่อนุสวรีย์สุนทรภู่เป็นที่ ที่เพื่อนๆ SHARP WEE CLUB หลายคนน่าจะเคยไปกันมาแล้ว ส่วนใหญ่มักจะไปขอพรกัน แต่รู้ไหมครับว่าคนที่ชอบมาขอพรท่านสุนทรภู่ คือคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอะไร เฉลยเลยนะครับส่วนใหญ่จะเป็นคุณครูโดยเฉพาะคุณครูภาษาไทย ช่วงนั้นอากาศร้อนมากๆ อุณหภูมิเห็นจะสี่สิบองศาได้ในช่วงกลางวัน ผมเลยขอกลับเข้าที่พักเปลี่ยนชุดพาเด็กอ้วนไปลอยน้ำตุ๊บป่องๆ กันดีกว่าเป็นครั้งแรกที่พาสต้าได้ลงเล่นน้ำในสระ(ปกติเล่นในกะละมังที่บ้าน) ลงน้ำได้เป็นสนุกสุดฤทธิ์เล่นซะเอาคนอุ้มหมดแรง เสียพลังไปมากจากการเล่นน้ำ เลยต้องหาร้านอาหารอร่อยๆ เติมพลังซักหน่อย อ่านในเวปไซต์มีคนแนะนำร้านโจโจ้ซีฟู้ด เป็นร้านที่ไม่ได้อยู่ติดทะเลนะครับแต่มันมีเรื่องราวความเป็นมา เมื่อก่อนร้านนี้ขายดีมากอยู่ริมทะเล แต่เกิดเพลิงไหม้จากความโชคร้ายมีคนจุดพลุจากที่อื่นแต่ดันบังเอิญมาตกลงบนหลังคาร้านเขาพอดีเลย ก็เลยต้องย้ายมาอยู่ที่ปัจุบันนี้แหละครับ ไปถึงปุ๊บมีคนมารับออเดอร์ หน้าตาอาจจะดูดุๆ นิดนึงไม่ต้องตกใจนะครับที่จริงแล้วพี่เขาใจดี แต่แค่ยิ้มไม่เก่ง 555 เสียแรงไปมากเลยขอสั่งหอยนางรมสดก่อนเลย บอกได้เลยครับว่าสดจริงๆ ที่นี่ และต่อด้วยเอ็นหอยทอดกระเทียม จานนี้รสชาติดีครับแต่สำหรับคุณปู่ที่ฟันไม่ค่อยดีเท่าไหร่หมดสิทธิ์นะครับเพราะมันเหนียวหนึบมากเลย ตามมาติดๆ ด้วยปลากะพงผัดขึ้นฉ่าย และปิดท้ายด้วยแกงป่าปลาอินทรี ยอมรับเลยครับว่าของทะเลที่นี่เขาสดจริงดีจริงครับ ท้องอิ่มแล้วก็ขอตัวกลับไปนอนตีพุงก่อนแล้วเจอกันใหม่ในคอลัมน์หน้านะครับ 
 
Posted - on 6/1/2016 2:04:00 PM
01
02
03
04
         ความเดิมจากตอนที่แล้วเพื่อนๆ SHARP WEE CLUB คงจะได้ทราบกันแล้วใช่ไหมครับว่า “แม่ของแม่ของแม่ของแม่” ที่ผมพาน้องพาสต้าไปหานั่นคือใคร แต่ถ้าใครยังไม่ทราบผมแนะนำให้กลับไปอ่านก่อนนะครับ เพราะเดียวจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง 555 ตอนนี้ผมยังอยู่จังหวัดกำแพงเพชร เช้าวันที่ 14 เมษายน เริ่มด้วยเรื่องกินกันก่อนเลยครับ ผมแวะไปที่ตลาดที่มีชื่อว่าตลาดเทศบาลจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อไปกินก๋วยเตี๋ยวไท (งงใช่ไหมละครับ อะไรคือก๋วยเตี๋ยวไท) คนกำแพงเพชรเขาจะเรียกก๋วยเตี๋ยวหมูตัมยำแบบที่เรากินกันว่าก๋วยเตี๋ยวไทครับ แต่ก็จะมีความคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอยู่เหมือนกันนะครับ คือจะใส่หมูแดง ใส่กากหมู และเกี๊ยวกรอบมาแบบเต็มๆ ครับ  ร้านที่ผมมากินเป็นร้านเล็กๆ อยู่ท้ายตลาดที่แฟนผมบอกว่ากินฝีมือป้าแกมาตั้งแต่แก่ยังสาวๆ จนตอนนี้ (ดูรูปเอาเองนะครับ) ป้าแก่ก็ยังสาวอยู่...อิอิอิอิ ชื่อร้านป้าทุมครับ ราคาถูกมากครับชามละ 30 บาทแต่เครื่องแทบจะล้นออกมานอกจาน ขอแนะนำถ้าใครได้ไปอยากให้ลองสั่งเส้นบะหมี่กินดูครับ เส้นบะหมี่ของคนกำแพงเพชรจะมีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ เพราะบะหมี่ของที่นี่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกแล้วครับ ตอนนั้นทหารญี่ปุ่นชอบกินบะหมี่ของที่นี่มาก จนทำให้มีร้านบะหมี่ชื่อดังที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาถึงปัจจุบันก็ 70 ปีได้ครับ เขายังใช้สูตรดั้งเดิมจากเมืองซัวเถาประเทศจีนจนถึงทุกวันนี้เลยครับ และนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เมืองนี้มีชื่อเรื่องก๋วยเตี๋ยวจนมีการจัดงาน “กินก๋วยเตี๋ยวเที่ยวเมืองกำแพงเพชร” ในเดือนธันวาคมของทุกปีครับ พอท้องอิ่มแล้วก็ตั้งใจจะไปวัดใกล้ๆ บ้านแฟน ขับรถผ่านมาบนถนนพิจิตร-กำแพงเพชรประมาณ 20 กม.จากตัวเมืองกำแพงเพชร เจอป้ายศาลพ่อปู่วังหว้า ขับรถตามป้ายเข้าไป จะเป็นป่าทั้งสองข้างทาง จนนึกว่าตัวเองหลงทาง แต่สุดท้ายกลับมาเจอเทวสถานที่เงียบสงบและร่มรื่นย์แถมยังมีคนเข้ามากราบไหว้กันอย่างมากมาย ถามจากชาวบ้านแถวนั้น ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของศาลนี้ รู้แต่ชาวบ้านที่นี่นับถือกันมาแต่นมนาน จนเพิ่งมีการบูรณะให้สวยงามเมื่อไม่นานมานี้เอง และที่ผมชอบที่สุด คือเวลาคนที่มาทำบุญ ไม่ต้องใช้เงินทองหรือของมีค่าใดๆ เพียงแค่มีผ้าขี้ริ้วกับไม้กวาดมาช่วยกันทำความสะอาดศาลให้พ่อปู่ แค่นี้ก็ถือว่าได้บุญมากพอแล้ว (ถ้าใครรู้เรื่องราวของศาลนี้มาเล่าให้ผมฟังด้วยนะครับ) ข้ามมาถึงมื้อเย็นกันเลย ผมมีโอกาสได้ไปตลาดไนท์บาซาร์ของอร่อยมากมายรวมอยู่ที่นี่ครับ มีให้เลือกกันตามใจชอบ แต่ของขึ้นชื่อที่สุดอีกอย่างนึงเราต้องไปที่ตลาดศูนย์ (ชื่อเรียกของคนกำแพงเพชร) จะพบกับร้านข้าวเหนียวห่อ ซึ่งมีเครื่องให้เลือกมากมาย เช่น ไก่ผัดพริกเผา หมูยอ หมูกระเทียม ลาบ หมูทอด ไส้กรอก และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเขาจะราดมาบนข้าวเหนียวร้อนๆ และห่อด้วยกระดาษ เป็นมื้อดึกที่อร่อย แต่อ้วนดีแท้ๆ ลืมบอกไปครับ ร้านข้าวเหนียวห่อคนที่นี่เขานิยมเรียกกันว่าร้านปากแดงหาไม่ยากครับ แม่ค้าร้านไหนปากแดงสุดก็ร้านนั้นแหละครับ แดงจริงๆ นะครับผมเจอมาแล้ว
         สุดท้ายผมก็ขอจบทริปการพาพาสตามาหาคุณเทียด เที่ยว ชิม ชิว จังหวัดกำแพงเพชร เพียงเท่านี้นะครับ ในตอนหน้าผมจะมีเรื่องราวอะไรมาฝากเพื่อนๆ SHARP WEE CLUB ต้องอย่าลืมมาติดตามอ่านกันด้วยนะครับ
 
Posted - on 5/16/2016 9:21:05 AM
01
02
03
04

         เพื่อนๆ SHARP WEE CLUB อย่าเพิ่งตกใจนะครับ ว่าบุ๊คกำลังเล่นอะไรอยู่ “แม่ของแม่ของแม่ของแม่” คืออะไร มาติดตามกันเลยดีกว่า เมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสพาพาสต้าไปเที่ยวจังหวัดกำแพงเพชรเพื่อไปหา (ตั้งใจลำดับดีๆ นะครับ) แม่ของแม่ของแม่ของแม่พาสต้า เราจะเรียกว่าอะไรดีครับ?? เดี๋ยวไว้ตอนท้ายจะมาเฉลย ให้ทายกันไปเล่นๆ ก่อน เราออกเดินทางกันวันที่ 13 เมษายน พอดีซึ่งเป็นวันที่รถเยอะมาก ผมเลยเลือกเส้นทางเลี่ยงถนนสายเอเชีย ขึ้นทางด่วน บางปะอิน ไปทางศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ที่มาทางนี้ก็เพราะว่า ไปเจอร้านต้มเลือดหมูอร่อยมาร้านนึง ชื่อร้านต้มเลือดหมูป๋ามล ทีเด็ดอยู่ตรง หมูกรอบกับน้ำซุปที่ใส่หมูสับเยอะมาก และที่ผมชอบที่สุด คือผักกาดหอมใส่มาแบบจุใจเลยครับ นอกจากความอร่อยแล้ว ราคา และความเป็นกันเองของเจ้าของร้าน ก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้มีลูกค้าเยอะตลอด หลังจากอิ่มท้องแล้วก็เดินทางกันต่อ พอดีคุณทวดของพาสต้าโทรมา (คุณทวด ไม่ใช่คำตอบของข้างบนนะครับ) อยากได้ปลาช่อนแดดเดียว ผมนี่เบรคตัวโก่งที่สิงห์บุรี เพราะเมืองนี้เขาขึ้นชื่อเรื่องปลาช่อน เคยได้ยินกันใช่ไหมครับ คำว่าแม่ลาปลาเผา แต่รู้ไหมครับว่าหมายถึงอะไร คำว่าแม่ลา คือลำน้ำสายหนึ่งที่จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งช่วงหน้าน้ำ ลำน้ำสายนี้จะท่วมถึงทุ่งนาของชาวบ้านทำให้พัดพาอาหารอันอุดมสมบูรณ์มากมายลงมาในลำน้ำด้วย ปลาในลำน้ำนี้จึงมีรสชาติอร่อยและเนื้อแน่นเป็นพิเศษ จึงเป็นที่มาของความอร่อยที่เรารู้จักกัน คือ แม่ลาปลาเผาครับ และถ้านึกถึงสิงห์บุรีแล้ว ปลาที่ขึ้นชื่อมากที่สุดก็คือปลาช่อน เล่ามาซะยาวเหยียด แค่จะบอกว่าแวะซื้อปลาช่อนแดดเดียว ที่ร้านเจ๊สมศรี อยู่ริมถนนก่อนทางแยกเข้าสิงห์บุรีครับ ได้ปลาช่อนแดดเดียวไปฝากทวดแล้ว เดินทางต่อจนมาถึงจังหวัดกำแพงเพชร ด้วยความเมื่อยจากการเดินทางขอเข้าที่พัก ที่มาเป็นประจำจนเหมือนเป็นบ้านตัวเอง เผื่อใครผ่านมาอยากลองไปพักบ้าง บ้านดินริมคลองของลุงฮุย อยู่ถนนสายกำแพงเพชร-พิจิตร ติดกับโรงเรียนหนองกรด เป็นที่พักราคาไม่แพง และต้อนรับน้องหมาอย่างไข่ดาวด้วยครับ บรรยากาศจะเหมือนอยู่ในสวนผลไม้ครับ มีทั้งทุเรียน เงาะ ลองกอง มังคุด และอีกหลายๆ อย่างเลยครับ สำหรับใครไปพักในช่วงผลไม้ออกพอดี รับรองว่าได้เก็บผลไม้สดๆ ชิมจากต้นแน่นนอนครับ หลังจากหลับแล้วหนึ่งตื่น ก็ได้เวลาไปหา “แม่ของแม่ของแม่ของแม่พาสต้า” ขอเฉลยดีกว่าครับ แม่ของแม่พาสต้าก็คือยาย แม่ของยายพาสต้าก็คือทวด และแม่ของทวดก็คือเทียดครับ ทริปสงกรานต์ยังไม่จบแค่นี้นะครับ เดี๋ยวเอาไว้เล่าต่อในตอนหน้า เพื่อนๆ SHARP WEE CLUB อย่าลืมกลับมาติดตามอ่านกันเยอะๆ นะครับ

Posted - on 4/19/2016 11:11:15 AM
01
02
03
04

         กลับมาพบกันตามที่ได้สัญญากันไว้แล้วนะครับ วันนี้ผมจะพาน้องพาสต้าลูกชายสุดอวบวัย 6 เดือนกับน้ำหนัก 9 กก. และเพื่อนๆ SHARP WEE CLUB ไปเที่ยวกันตั้งใจอยากจะไปทำบุญ แล้วก็หาอะไรอร่อยๆ กินกันครับ เลยตัดสินใจมาที่ บ้านสาขลา จ.สมุทรปราการ เพราะไม่ไกลจากบ้านผมมากนัก และที่สำคัญอาหารทะเลสด และราคาถูกมากๆ เดินทางโดยขึ้นทางด่วนขั้นที่ 2 มาลงสุขสวัสดิ์ และตรงอย่างเดียวจนสุดเจอพระสมุทรเจดีย์แยกนี้เลี้ยวขวาไปทางป้อมพระจุลฯ เลยครับ ขอบอกเลยครับแถวนี้มีที่เที่ยวเพียบ แวะพระสมุทรเจดีย์ก่อนเลย ต่อด้วยป้อมพระจุลฯ มีวัดขุนสมุทรจีนที่อยู่กลางทะเล ต้องนั่งเรือออกไป และปั่นจักรยานต่ออีกหน่อยก็ถึง แต่วันนี้มีตัวแสบมาด้วยคงจะลุยขนาดนั้นคงไม่ไหว เลยเลือกไปทำบุญที่วัดสาขลาครับ ก่อนจะเข้าเรื่องกินขอเข้าทำบุญก่อนดีกว่า วัดสาขลามีกิจกรรมให้ทำบุญได้หลายอย่างมาก เริ่มจากไปถึงจะเจอบ่อปลาช่อนอเมซอนตัวใหญ่มากให้ทำบุญอาหารปลาถ้าไปถูกเวลาให้อาหารบอกเลยตื่นเต้นมาก เสียงเวลามันงับเหยื่อดัง ตับ ตับ ตับ(ห้ามคิดลึก) เหยื่อปลาทั้งตัวหายในพริบตา ต่อด้วยไปไหว้หลวงพ่อโตบนโบสถ์ และก็มาถึงจุดที่ทุกคนต้องมาก็คือการไปลอดใต้โบสถ์ ทางเข้าเป็นพระราหู ต่อด้วยวัตถุโบราณมากมายที่มีตำนานความเป็นมา ว่ามีนิมิตรประหลาดทำให้ไปขุดพบเจอของมากมายหลายอย่าง และก็อย่าลืมปิดทองที่ฐานหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ จะกี่ครั้งที่เราสามารถปิดทองที่ฐานพระได้ครับ พอมาถึงทางออกก็จะเป็นท้องช้างให้เรารอดเป็นการสะเดาะเคราะห์อีกด้วย  เดินต่อมานิดนึงคอหวยห้ามพลาดเจ้าแม่ตะเคียนครับขาวโพลนไปทั้งต้นแป้งทั้งนั้น ขัดๆ ถูๆ กันไปตามชอบนะครับ แล้วก็แวะมาดูพระสวยๆ ที่พิพิธภัณฑ์ศรีรามเทพสาขลากันต่อสักหน่อย รับประกันความสวยงามของพระพิฆเนศที่นี่มีหลายปางมากๆ ครับ หมดแล้วครับช่วงทำบุญ

 

         มาถึงช่วงอร่อยแล้วครับ ถ้ามาวันเสาร์อาทิตย์พอออกจากวัดมาหน่อยก็จะมีตลาดโบราณบ้านสาขลาเดินเล่นบรรยากาศดีมากครับ แต่ขาดไม่ได้คือต้องมาซื้อกุ้งเหยียด (กุ้งหวานนั้นเอง ใครอยากดูวิธีทำกุ้งเหยียด ติดตามชมได้ในรายการ Foodwork ได้ครับ) ของขึ้นชื่อของบ้านสาขลาเลยครับ ผมแนะนำร้านเจ๊รวย อยู่หน้าวัดแค่เดินข้ามสะพานหน้าวัดมานิดเดียวอยู่ซ้ายมือครับ มีของขายหลายอย่างครับ แต่ที่ต้องลองชิมคือกุ้งเหยียดจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ ขอชิมได้เลยครับเจ๊รวยใจดี ถ้าไม่ให้ชิมบอก บุ๊ค Foodwork แนะนำมาได้นะครับ(ได้อะไรไม่รู้นะครับ 555)

 

         คราวนี้ก็ถึงการหามื้อหนักๆ ทานกันแล้วครับ วันนี้จะจัดของทะเลซะหน่อย เริ่มขับรถหาร้านจนมาเจอร้านนึงเป็นร้านเล็กๆ (เล็กมาก)  แต่เห็นเค้าขายอาหารทะเลสดๆ ที่เพาะเลี้ยงเองและหามาเองด้วย เลยเดาว่าน่าจะเด็ดร้านนี้ มีโต๊ะอยู่แค่ 7 โต๊ะ ตกแต่งร้านได้น่ารัก ลมพัดเสียงกระดิ่งที่แขวนเต็มร้านดังกังวาน เป็นเสียงที่ทำให้ผ่อนคลายได้ดีจริงๆ แต่ตัวแสบของผมก็เสียงดังไม่แพ้กันกรี๊ดลั่นร้านดังกว่าเสียงกระดิ่งซะอีก 555 เมนูที่ผมสั่งวันนี้มี หอยแมลงภู่ลวก ยำหอยนางรม ต้มส้มปลากระบอก และปูนึ่งสดๆ จะให้บรรยายถึงอาหารต้องบอกก่อนว่ามันสุดยอดจริงๆ ทั้งหอยแมลงภู่ หอยนางรมตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น ส่วนต้มส้มก็มีปลากระบอกตั้งสามตัวกินกันแบบสะใจ ทีเด็ดสุดท้ายคือปู ที่นี้เขาเลี้ยงปูเองด้วย มันจึงใหญ่และสดมาก เนื้อแน่น แกะได้ทุกส่วน รสชาติไม่ต้องพูดถึง หวานมากจนไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเลย กินกันจนอิ่มได้ที่ เรียกเก็บเงิน ห๊ะ!!! ปู 1 กิโล เกือบๆ 4 ตัวแค่ 300 บาท ส่วนเมนูอื่นๆ ก็ถูกมากๆ ถือว่าเป็นมื้อหนักที่คุ้มมาก และอิ่มมากครับ 555 แต่ต้องบอกก่อนว่าร้านนี้ขายเฉพาะ วันหยุดนักขัตฤกษ์นะครับ ตะวันลับฟ้า จบทริปวันหยุดแบบสุขใจ สบายกาย และสบายกระเป๋า ขับรถกลับบ้านอย่างปลอดภัย

 

         ในตอนหน้าผมจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่ไหน หรือชิมอะไรกันอีก อย่าลืมมาติดตามกันได้ที่ SHARP WEE CLUB ที่นี่ที่เดียวนะครับ

 

 

Posted - on 4/5/2016 1:39:06 PM
01
02
03
04

         สวัสดีครับผม บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต (บุ๊ค) หรือที่รู้จักกันในชื่อเชฟบุ๊คกับน้องไข่ดาวพิธีกรรายการ Foodwork ทางช่อง Thaipbs ที่ออกอากาศ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.05 น. การได้ทำรายการ Foodwork ซึ่งเป็นรายการที่เราเดินทางไปตามหาวัตถุดิบถึงแหล่งต้นตอแล้วนำมาประยุกต์ทำเป็นเมนูฟิวชั่นแบบใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ตามสโลแกนรายการที่ ทำอาหารไม่มีถูกผิดอยู่ที่ความคิด และจินตนาการ

 

         อย่าเพิ่งแปลกใจกันนะครับว่าอยู่ๆ ผมมาเขียนแนะนำตัวเองใน SHARP WEE CLUB : FOOD STYLIST BLOGS ทำไม เพราะว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปผมจะมาเป็น บล็อกเกอร์ ประจำบ้าน SHARP WEE CLUB ที่จะคอยมาเล่าประสบการณ์จากการเดินทางไปชิมอาหารตามที่ต่างๆ ของผมให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับ ผมได้มีโอกาสเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ มากมายทั่วประเทศ และได้ชิมอาหารหลากหลายอย่าง ทั้งวัตถุดิบชั้นยอดอย่างกุ้งมังกรสดๆ คาเวียร์สีเขียว(สาหร่ายพวงองุ่น) ปลาเต๋าเต้ย หรือของแปลกๆอย่างเพียงขอนไม้สดๆ หนอนดอกไม้กวาดเป็นๆ ด้วงสาคู และอีกมากมาย ยิ่งผมได้เดินทางไปตามที่ต่างๆ มากเท่าไรยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าโลกของอาหารมันกว้างใหญ่เหลือเกินมีสิ่งที่เราไม่รู้จักอีกมากผมเลยอยากจะตามหาอาหารอร่อยๆ ที่ซ่อนอยู่ แล้วตามไปชิม

 

         ปกติผมเป็นคนชอบทำอาหารมาก แต่ที่ชอบมากกว่าการทำอาหารคือการกินครับ...อิอิ ผมว่าหลายๆ คนก็น่าจะชอบเหมือนกัน ผมเป็นเชฟที่ไม่เคยเรียนทำอาหารเลยครับ แต่ทักษะการทำอาหารของผมเริ่มจากการตระเวนไปกินตามร้านต่างๆ โดยใช้วิธีครูพักลักจำมาและฝึกฝนจนทำได้ครับ ผมมักจะตระเวนหาของกินตามที่ต่างๆ โดยที่จุดหมายปลายของการเดินทางของผมก็การไปกินตามร้านที่อร่อย และประหยัด แต่เรื่องราวที่จะมาเล่าให้เพื่อนๆ SHARP WEE CLUB ฟังคือ ความสนุกระหว่างการเดินทางที่เราจะได้เจอกับสถานที่ต่างๆ มากมาย ก่อนจะถึงร้านที่เราตั้งใจไป เช่นแวะไหว้พระตามวัดที่มีเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ แวะเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในบางครั้งก็เจอของอร่อยในที่ที่คาดไม่ถึงอย่าง เช่นกาละแมรามัญที่วัดแถวสมุทรสงคราม หรือกุ้งเหยียดที่วัดสาขลา เพราะ ”ความสวยงามที่สุดของการเดินทาง อาจไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่อาจเป็นประสบการณ์ระหว่างทางก็ได้” คมไหมครับบอกเลยจำเค้ามา 555 ทุกครั้งที่ผมเดินทางไปไหนก็จะเอาลูกสาว คือน้องหมาบีเกิ้ล เพศเมียอายุ 5 ขวบชื่อไข่ดาวไปด้วยตลอด แต่ตอนนี้มีสมาชิกใหม่มาเพิ่มอีกคนคือลูกชายแท้ๆ ของผมเองครับ น้องพาสต้า เด็กทารกสุดแสบวัย 8 เดือนแต่หนักเกิน 10 กิโล สมแล้วที่มีพ่อเป็นเชฟลูกต้องกินเก่งๆ ไว้ก่อนนะครับ วันนี้เป็นแค่การแนะนำตัวแล้วคราวหน้าเราจะมาจัดเต็มกันนะครับ ทั้งเรื่องกิน เรื่องเที่ยว เรื่องเด็ก แล้วก็เรื่องหมา มาเต็มแน่นอน อย่าลืมชวนเพื่อนๆ มาติดตามกันเยอะๆ นะครับ

Previous  1 2 Next
 
 
Passion for fruit
Theme Decoration